ความตาย : มูลแหตุเหตุการใช้ปราสาทศพ

ล้านนามีประวัติศาสตร์และอารยะธรรมที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมที่สำคัญเฉพาะถิ่นแห่งหนึ่งในลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำอิง มีวิถีวัฒนธรรม ประเพณี พิธีกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นเกิดขึ้นอย่างมากมาย ได้มีการสืบทอดมาจนถึงทุกปัจจุบัน จากวิถีวัฒนธรรมดังกล่าวพบว่ามีความเกี่ยวพันและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของคนนับตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ที่แสดงออกในพิธีกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละพื้นที่มีการสะท้อนถึงคติความเชื่อออกมาในหลายรูปแบบโดยผ่านพิธีกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์โดยเฉพาะในวาระสุดท้ายของชีวิตได้แก่ความตาย

คนล้านนาจะให้ความสำคัญกับเรื่องการตายเป็นอย่างมากเพราะถือว่าเป็นวาระสุดท้ายของชีวิต ดังที่ อภิธาน สมใจ (2541 : 81) ได้กล่าวว่า การตายของผู้คนในแถบล้านนาเป็นเรื่องใหญ่ของชุมชน คนตายเป็นวิกฤติการณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องในสังคมตั้งแต่ญาติผู้ใกล้ชิด เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงาน ตลอดจนผู้อยู่ในสังคมใกล้ไกล มีขั้นตอนและกระบวนการด้านพิธีกรรมในลัทธิพิธีที่ต้องถือปฏิบัติเป็นการเฉพาะอย่างละเอียดอ่อนซับซ้อน ทั้งพิธีทางพุทธศาสนา พิธีทางพราหมณ์ และพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับผีวิญญาณ จึงสะท้อนออกมาในพิธีกรรมงานศพของคนในแถบล้านนา และที่เป็นเอกลักษณ์เด่นชัดของพิธีกรรมงานศพคือ คนล้านนานิยมใช้ปราสาทศพในการประกอบพิธีโดยใช้สำหรับการนำโลงศพเข้าใส่และทำการเผาด้วยความเชื่อในเรื่องชีวิตหลังความตาย การเสียชีวิตหรือการตาย โดยที่ อภิธาน สมใจ (2541 : 14 ) ได้ให้ความหมายของการตายไว้ว่าอาจพิจารณาได้ว่าเป็นการหมดสภาพหรือการขาดสูญหายไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งร่างกายและการกระทำทางสังคมของบุคคลนั้น ๆ ในขอบเขตทางชีวภาพหรือวิทยาศาสตร์การแพทย์ การตายของคนคือการหมดลมหายใจ หัวใจหยุดเต้น และถือเป็นที่สุดเมื่อการตรวจสมองของมนุษย์ผู้นั้นแล้วไม่พบว่าการทำงานของคลื่นสมอง (กระแสไฟฟ้า) เรียกว่า สมองตาย หมายความว่า สภาวะที่สมองถูกทำลายจนสูญเสียการทำงานโดยสิ้นเชิง ถือว่าสิ้นชีวิตแล้ว โดยที่ ศรีเลา เกษพรหม (2544 : 91 – 110) ได้แบ่งประเภทการตายในล้านนาเป็น 2 อย่าง คือ ตายดีและตายร้ายโดยได้อธิบายความดังนี้

1. ตายดี หมายถึงการตายเพราะหมดอายุขัยที่เรียกว่าตายเพราะหมดเวรหมดกรรม ถ้าเป็นคนที่มีอายุมากผู้เฒ่าผู้แก่ก็เรียกว่าตายด้วยโรคชรา การตายด้วยการป่วยเป็นไข้ต่าง ๆ เหล่านี้คนโบราณเรียกว่าการตายดี การตายดีจะประกอบพิธีตามประเพณีได้อย่างครบถ้วน

2. การตายร้าย หรือตายโหงเป็นการตายที่เกิดขึ้นด้วยฉับพลันทันด่วน มี การตายด้วยอุบัติเหตุ ตายกลม ตายพราย ตกต้นไม้ตาย แขวนคอตาย ถูกเสือกัด หมีตะปบ ช้างฆ่า ม้าดีด วัวควายขวิด ฟ้าผ่า ตายด้วยโรคห่า ถูกปืน นั่งตายนอนตาย เชื่อว่าผีฆ่าให้ตาย จึงจัดอยู่ในประเภทของการตายร้ายหรือตายโหง

โดยปกติคนในแถบล้านนาทุกคนล้วนแล้วแต่ปรารถนาที่จะตายดีเพราะเชื่อว่าคนที่ตายดีนั้นมีบุญมาก การตายดีจะมีการประกอบพิธีศพตามประเพณีอย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่การใกล้หมดลมหายใจจนถึงการมอดไหม้กลับสู่ขันธ์ธาตุทั้ง 4 ตามเดิม ส่วนการตายร้ายหรือการตายโหงคนล้านนาไม่ปรารถนาที่จะตายแบบนี้เพราะถือว่าเป็นการที่โหดร้ายน่ากลัว เป็นการตายด้วยโรคที่ร้ายแรง ไม่ทันได้สั่งเสียลูกหลาน การตายร้ายจึงเป็นการตายที่สังคมเกรงกลัวเนื่องจากสังคมในกาลก่อนนั้นเทคโนโลยีและความทันสมัยในการแพทย์ยังไม่มีความทันสมัยจึงทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อโรคภัยต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดโรคระบาด จึงมีการเร่งรีบในการทำพิธีศพและการทำศพของคนที่ตายร้ายจะไม่ครบถ้วนขั้นตอนตามประเพณีและมีการกระทำกันอย่างรวดเร็ว ผนวกกับการเชื่อว่าคนที่ตายร้ายหรือตายโหงเชื่อว่าวิญญาณจะแรงและมีความดุร้ายกว่าคนตายดี และสภาพสังคมในสมัยก่อนที่อยู่ตามป่าเขาห่างไกล จึงส่งผลให้เกิดความกลัวในเรื่องของผีที่มาจากการตายร้ายที่มีความดุร้าย ดังนั้นการทำพิธีศพของคนตายร้ายจะมีขั้นตอนต่าง ๆ ที่มีขั้นตอนเฉพาะไม่เหมือนการทำพิธีศพโดยทั่วไปซึ่งเชื่อว่าเป็นการลดความแรงและความดุร้ายของวิญญาณ