ประวัติบ้านร่องบัวลอย
บ้านร่องบัวลอย หมู่ที่ 2 ตำบลเวียงชัย เดิมเป็นสาวนหนึ่งของบ้านสันทราบร่องบอน หมู่ที่ 12
อยู่ในเขตการปกครองของตำบลสันทราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ต่อมาได้แยกหมู่บ้านจากบ้านสันทราบร่องบอนเมื่อ
พ.ศ.2511 เป็นหมู่ที่ 15 ตำบลสันทรายและต่อมาได้มีการแยกกิ่งอำเภอเวียงชัย
จึงมาทำให้บ้านร่องบัวลอยแยกออกมาจากบ้านสันทรายร่องบอน มาเป็นบ้านร่องบัวลอย หมู่ที่ 2
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเวียงชัยระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงรายประมาณ 13 กิโลเมตร
สภาพภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำการเกษตร โดยมีพื้นที่ทั้งหมด 2,065 ตารางกิโลเมตร
มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 200 ครัวเรือน และมีจำนวนประชากรจำนวน 572 คน แบ่งเป็น เพศชายจำนวน 218 คน และ
เพศหญิงจำนวน 294 คน การประกอบอาชีพ ของคนในชุมชน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร รับจ้างทั่วไป
พนักงานราชการ/รับราชการ ค้าขาย และธุรกิจส่วนตัว ตามลำดับ มี รายได้เฉลี่ยต่อคนต่อปี เท่ากับ 75,670 บาทร้านค้าต่าง
ๆ ในหมู่บ้าน ได้แก่ ร้านขายของชำ ร้านค้าชุมชนขายปุ๋ย/ยา ร้านขายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ร้านก๋วยเตี๋ยว
ชุมชนบ้านร่องบัวลอย อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย เป็นชุมชนเก่าแก่ที่คนในชุมชนมีอาชีพทำปราสาทศพขายตั้งแต่ปี พ.ศ.
2518 โดยเริ่มจากการทำปราสาทจากช่างปราสาทรุ่นแรก ได้แก่ นายทา ศรีเป็ง นายมา ศรีเป็ง และนายมา ลือชัย
ซึ่งย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านดอนแก้ว อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง มาตั้งรกรากที่บ้านร่องบัวลอย
ในการทำครั้งแรกเป็นการทำเพื่อช่วยเหลือกันและกันในหมู่ญาติพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง และชาวบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน
เมื่อมีความชำนาญและเกิดการถ่ายทอดสู่คนในชุมชนทำให้คนในชุมชนเกิดทักษะในการทำปราสาทมากขึ้น
จึงมีการแยกตัวออกไปทำธุรกิจปราสาทศพกันอย่างแพร่หลาย
ในอดีตแทบทุกครัวเรือนในชุมชนจะมีอาชีพทำปราสาทศพซึ่งในยุคหนึ่งมีความจำนวนร้านค้าปราสาทศพมากกว่า 12
ร้านแต่ในปัจจุบันเหลือผู้ที่ทำปราสาทศพขายในชุมชนเหลืออยู่จำนวน 4 ร้าน
ถึงกระนั้นก็ตามแม้ว่าในปัจจุบันแม้จะเหลือเพียงไม่กี่ร้านแต่ปราสาทศพบ้านร่องบัวลอยก็ยังคงเป็นที่รู้จักของคนเชียงรายและจังหวัดใกล้เคียงในฐานะหมู่บ้านที่ทำปราสาทศพที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย
เนื่องด้วยการทำปราสาทศพของชุมชนแห่งนี้มีการทำกันมาอย่างยาวนานจึงทำให้เกิดพัฒนาทักษะของช่างและผ่านการประดิษฐ์คิดค้นรูปทรงปราสาทศพมาจนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นแบบฉบับของสกุลช่างร่องบัวลอยที่ไม่เหมือนใคร
และมีความโดดเด่นในรูปทรงรวมถึงด้านเทคนิควิธีการทำ
วิวัฒนาการของการสร้างปราสาทศพ
วัฒนธรรมการนำศพขึ้นวางบนปราสาทมาใช้ประกอบพิธีศพ ซึ่งการสร้างปราสาทในแต่ละพื้นที่จะมีการสร้างที่แตกต่างกันออกไป มีรูปทรงและเทคนิควิธีการสร้างสรรค์ผลงานของตนเองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งก็มีผลมาจากโลกทัศน์บนพื้นฐานของพุทธจารีต ภูมิปัญญาและองค์ความรู้ประจำท้องถิ่นส่งผลให้เกิดความหลากหลายของภูมิปัญญาที่ได้รับการถ่ายทอดจากบรรพชนที่มีต่อความศรัทธาและความเชื่อต่อพิธีกรรมและศาสนา จึงนับเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่คุณค่าต่อการสืบสาน เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปราสาทศพจึงเป็นการมองเห็นคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคล้านนา ที่ถือว่าเป็นงานประดิษฐ์และการสร้างสรรค์ทางศิลปะ เป็นภูมิปัญญาและเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อในเรื่องของความตาย เป็นเครื่องหมายแห่งความศรัทธาแฝงไปด้วยนัยอันลึกซึ้งละเอียดอ่อนของระบบคิดและคติความเชื่อในเรื่องของชีวิตหลังความตายผสมผสานกับหลักธรรมคำสอนตามแนวพุทธปรัชญาในเรื่องของสัจธรรมของชีวิต การอนุรักษ์และการเก็บรวมรวบข้อมูลของรูปทรงปราสาทศพจึงเป็นการสืบสานและอนุรักษ์องค์ความรู้และภูมิปัญญาในเรื่องของศิลปวัตถุไว้ก่อนที่จะสูญหายไปกับกาลเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
คติความเชื่อ
ปราสาทศพบ้านร่องบัวลอย